fbpx Skip to content

อาหารที่ช่วยเพิ่ม เมลาโทนิน (Melatonin) หลับง่ายแบบไม่ต้องพึ่งยา

อาหารช่วยเพิ่มเมลาโทนิน (Melatonin)

ถ้าพูดถึงปัญหายอดฮิตของมนุษย์ออฟฟิศและผู้สูงวัย 1 ในนั้นจะต้องมีชื่อของโรคนอนไม่หลับอยู่อย่างแน่นอน ทั้งปัญหานอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกบ่อย หลับไม่สนิท จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ก็ไม่อยากพึ่งยานอนหลับ มาลองทำความรู้จักกับสารสกัด เมลาโทนิน (Melatonin) กันดีกว่าค่ะ เพราะสารตัวนี้จะช่วยในเรื่องการนอนของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หลับลึกและหลับดีกว่าที่เคย

เมลาโทนิน (Melatonin) กับการนอนหลับ

เมลาโทนิน (Melatonin)

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสารตัวนี้กันก่อนดีกว่าค่ะ 

เมลาโทนิน (Melatonin) คือฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ ซึ่งโดยปกติสมองจะหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมาในเวลากลางคืน ช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่ม ทำให้ร่างกายรู้สึกง่วงซึม และเมลาโทนินจะอยู่ในกระแสเลือดเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ก่อนจะค่อย ๆ ลดลง 

แต่ถ้าหากเมลาโทนินในร่างกายลดลงเร็วกว่าปกติ ก็จะส่งผลให้มีปัญหาทางด้านการนอนหลับ และอาจนำไปสู่โรคนอนไม่หลับได้ ดังนั้นเราจึงต้องเสริมเมลาโทนินให้กับร่างกาย ด้วยการทานอาหารที่มีเมลาโทนินเข้าไป เพื่อช่วยปรับสมดุลการนอนหลับให้เป็นไปตามที่ร่างกายควรได้รับนั้นเอง

ประโยชน์หลัก ๆ ของเมลาโทนิน ที่นอกจากจะช่วยในเรื่องของการนอนหลับ ยังช่วยในเรื่องต่อไปนี้อีกด้วย 

-ช่วยรักษาโรคนอนไม่หลับ (Insomnia)

-รักษาความผิดปกติของนาฬิกาชีวภาพ

-รักษากลุ่มอาการนอนหลับผิดเวลา (Delayed sleep phase syndrome) โดยอาการของโรคนี้คือจะไม่สามารถนอนหลับก่อนเวลาตีสองได้

-ช่วยบรรเทาอาการง่วงนอนเนื่องจากเจ็ทแลค (Jet lag)

-ช่วยให้คนที่ทำงานเป็นกะ (Shift work) นอนหลับได้ง่ายขึ้น

อาหารช่วยเพิ่ม เมลาโทนิน (Melatonin)

รู้หรือไม่ว่าอาหารชนิดใดบ้างที่เป็นแหล่งของสารเมลาโทนิน เรามาทำความรู้จักกับ 5 อาหารเหล่านั้นกันเถอะ บอกไว้ก่อนว่านี่เป็นเพียงตัวอย่างของอาหารที่มีสารเมลาโทนินเท่านั้น ยังมีอาหารอีกหลายประเภทที่มีสารสกัดเมลาโทนิน เราคัดตัวที่เด่น ๆ มาให้แล้ว จะมีอะไรบ้าง ติดตามในบทความนี้ได้เลยค่ะ

ทาร์ตเชอรี่ - เมลาโทนิน (Melatonin)

1.ทาร์ตเชอรี่ (Tart Cherry)

ตัวแรกที่อยากแนะนำเลยก็คือ ทาร์ตเชอรี่ (Tart Cherry) หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันในชื่อของเชอร์รี่แคระหรือเชอร์รี่เปรี้ยวนั้นเอง ทาร์ตเชอรี่เป็นผลไม้ที่เป็นแหล่งของสารเมลาโทนินที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งทาร์ตเชอรี่จะเข้าไปช่วยเพิ่มระดับสารเมลาโทนินภายในร่างกาย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นใครที่มีอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย อาจลองดื่มน้ำทาร์ตเชอรี่ก่อนนอน หรือทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากทาร์ตเชอรี่ ก็จะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นและหลับได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

นอกจากทาร์ตเชอรี่จะช่วยในเรื่องของการนอนหลับแล้ว ยังมีส่วนช่วยในเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้อีกด้วย

ช่วยลดความเครียด และความซึมเศร้าได้

ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงขึ้น

ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต

ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส

-ช่วยบำรุงสมอง เสริมความจำ

นม - เมลาโทนิน (Melatonin)

2.นม

เรามักได้ยินบ่อย ๆ ว่าการดื่มนมก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะในนมเป็นแหล่งของทั้งสารเมลาโทนิน (Melatonin) และทริปโตเฟน (Tryptophan) อยู่นั้นเอง โดยสารที่ชื่อว่าทริพโตเฟนนั้นเป็นกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยเพิ่มเมลาโทนิน เรียกได้ว่าส่งเสริมกันและกันนั้นเอง รวมถึงมีสารที่ชื่อว่าเซโรโทนิน (Serotonin) หรือสารแห่งความสุขที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย จึงทำให้คุณนอนหลับง่ายขึ้นนั้นเอง

ถั่ว - เมลาโทนิน (Melatonin)

3.ถั่วชนิดต่าง ๆ

ใครที่ชอบทานถั่วหรือทานถั่วเป็นประจำอยู่แล้ว บอกเลยว่าคุณโชคดีมาก ๆ เพราะในถั่วนั้นอุดมไปด้วยสารเมลาโทนิน รวมถึงแมกนีเซียมและซิงค์ ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้เมื่ออยู่รวมกันจะช่วยเสริมฤทธิ์กัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการนอนหลับ ช่วยลดอาการของโรคนอนไม่หลับ ทำให้หลับง่ายขึ้น โดยเฉพาะถั่วพิสตาชิโอซึ่งมีวิตามินบี 6 ช่วยเปลี่ยนสารทริปโตเฟนเป็นเมลาโทนินได้ หรืออัลมอนด์ที่ช่วยลดระดับคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย ไร้กังวล การนอนหลับของเราก็จะดีขึ้น และยังมีถั่ววอลนัทและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ช่วยให้นอนหลับดีขึ้นด้วย

เนื้อปลา - เมลาโทนิน (Melatonin)

4.เนื้อปลา

อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าในเนื้อปลานั้นเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 แต่รู้หรือไม่ว่าในเนื้อปลายังอุดมไปด้วยสารเมลาโทนินอีกด้วย โดยเฉพาะปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาแซลมอน หรือปลาซาร์ดีน และยังมีวิตามินบี 6 แมกนีเซียม รวมถึงวิตามินดี ที่มีส่วนช่วยควบคุมสารเซโรโทนิน (Serotonin) หรือสารแห่งความสุข ทำให้หลับสบายยิ่งขึ้น

ข้าว - เมลาโทนิน (Melatonin)

5.ข้าว

ใครจะไปรู้ว่าข้าวที่เราทานอยู่ทุกวันนั้นจะอุดมไปด้วยสารเมลาโทนิน และทริปโตเฟนที่ช่วยในการนอนหลับ โดยเฉพาะข้าวขาว และข้าวยังถือเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต ที่มาช่วยส่งเสริมให้การนอนหลับดีขึ้น และช่วยปรับสมดุลการนอนหลับอีกด้วย

หลับง่ายแบบไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ ด้วย เมลาโทนิน (Melatonin) ใน Becoplus

 

ไม่อยากยุ่งยากในการทานอาหารที่มีสารเมลาโทนิน เพราะไม่รู้ว่าต้องทานในปริมาณเท่าไหร่ ลองมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของสารสกัดเมลาโทนิน พร้อมสารสกัดอื่น ๆ ที่ช่วยให้การนอนหลับของคุณดีขึ้น อย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบีโคพลัส (Becoplus) ที่มีสารสกัดกว่า 11 ชนิด รวมถึงสารสกัดอย่างทาร์ตเชอรี่ที่เป็นแหล่งของสารเมลาโทนินชั้นดี ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ และยังช่วยปรับสมดุลการนอนหลับ ให้หลับลึก หลับดีขึ้น และหลับสนิทกว่าที่เคย

เมลาโทนิน (Melatonin) ใน Becoplus

สารสกัด 11 ชนิด

1.พรมมิ (Bacopa monnieri)

-บำรุงสมอง ฟื้นฟูความจำ

-เพิ่มสมาธิ

-ป้องกันอัลไซเมอร์

-ลดอาการซึมเศร้า คลายกังวล ส่งผลให้นอนหลับง่ายขึ้น

-ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

2.L-Theanine

-ทำให้ระบบประสาทและสมองผ่อนคลาย

-ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นและหลับลึกขึ้น

ลดสภาวะความเครียด

-ส่งเสริมการเรียนรู้และความทรงจำ

-ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น

3.Tart Cherry Powder

ช่วยลดความเครียด และความซึมเศร้าได้

ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงขึ้น

ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต

ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสขึ้น

-บำรุงสมอง

4.Ginkgo Leaf

-ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

-ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ 

ช่วยลดความเครียด และความซึมเศร้าได้

-ช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือน

อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพผิว

5.Lemon Balm

-ช่วยให้ผ่อนคลาย

ช่วยในการนอนหลับ

เสริมสร้างระบบความจำ

ปรับสมดุลความดันโลหิต

ขจัดความเหนื่อยล้า

6.Goji Berry

-ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน 

-ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

-ช่วยบำรุงสายตา

-ช่วยให้มีความจำดี

-ช่วยลดน้ำหนัก โดยเสริมการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานแทนไขมัน

7.Vitamin D

ช่วยลดความเครียดและภาวะซึมเศร้า

เพิ่มความแข็งแรงและทนทานของกล้ามเนื้อ

ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือดและป้องกันโรคเบาหวาน

ช่วยชะลอวัยของผิว

ป้องกันการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก

8.Vitamin B2

-ช่วยป้องกันการเกิดไมเกรน

-ทำให้ผิวหนัง เล็บ เส้นผมมีสุขภาพดี

-ช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้าของดวงตา 

-ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

-ช่วยในกระบวนการสร้างการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์

9.Vitamin B3

-ช่วยเผาผลาญอาหาร ทำให้เกิดพลัง และสร้างไขมันในร่างกาย

-ช่วยการไหลเวียนของเลือด

-ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน

-ลดความดันโลหิต

-ลดระดับคลอเรสเตอรอล

10.Vitamin B5

-ช่วยเรื่องการนอนหลับ

-ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลีย

-ช่วยผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย

-บรรเทาอาการข้ออักเสบ

-ลดระดับคอเลสเตอรอล

11.Vitamin B6

-ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง

-ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

-ป้องกันโรคทางระบบประสาทและโรคผิวหนัง

-ช่วยให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดียิ่งขึ้น

-ช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารผ่อนคลาย

บทความที่เกี่ยวข้อง