fbpx Skip to content

Becoplus - บีโคพลัส

นอนหลับลึก เสริมความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์

สมุนไพร 100%

จากการสำรวจล่าสุด พบว่ามีคนไทยที่มีภาวะนอนไม่หลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะนอนไม่หลับควรได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน กระทบกับประสิทธิภาพการทำงาน จนไปถึงภาวะเครียด ซึมเศร้า ซึ่งสาเหตุของการนอนไม่หลับนั้นเกิดขึ้นได้หลายปัจจัยวิธีปรับที่ดีที่สุดคือปรัยพฤติกรรมของตนเองดังนี้:

  • บรรยากาศห้องนอน (ควรมึดสนิท)
  • งดเล่นโทรศัพท์ ดูหน้าจออย่างน้อย 2 ชมก่อนนอน
  • ควรเข้านอนก่อนเที่ยงคืน (4 ทุ่ม)
  • งดกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังเที่ยงวัน

หากคุณได้ทำทุกข้อข้างต้นแล้วแต่ยังต้องการตัวช่วยด้านการนอนหลับ เสริมความจำ บำรุงสมอง Becoplus ซึ่งมีส่วนผสมของพรมมิสกัด organic จากประเทศญี่ปุ่นอาจเป็นคำตอบสำหรับคุณ

อาหารเสริมช่วยบำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ เสริมสร้างสมาธิ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดจากพรมมิ เชอรี่ทาร์ต และใบแปะก๊วย วิตามินบี 2 3 5 6 ชนิดแคปซูล (ตรา บีโคพลัส) นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมช่วยบำรุงสมอง ที่มีสารสกัด Avengers สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการนอนและสมาธิ

เลขที่แจ้ง อย. 13-1-15859-5-0766

ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 แคปซูล:

สารสกัดพรมมิ ออกานิกจากประเทศญี่ปุ่น 100mg.
L-Theanine 120 mg.
ผงทาร์ตเชอร์รี่ 60 mg.
โกจิเบอรรี่ 60 mg.
สารสกัดเลม่อนบาล์ม 20mg.
สารสกัดใบกิงโกะ 20mg.
วิตามิน บี3 (Niacinamide) 20mg.
วิตามิน บี6 (pyridoxine hydrochloride) 2 mg.
วิตามิน บี2 (riboflavin 99.5%) 1.7mg.
วิตามิน บี5 (d-pantothenic) 6mg.
วิตามิน ดี 0.3mg.

วิธีใช้ :
วันละ 1 แคปซูล ก่อนนอน

ข้อมูลสารสำคัญ :

1. Bacopa monnieri (สารสกัดบาโคพาหรือพรมมิ) เป็นสมุนไพรที่ถูกใช้ในตำราอายุรเวทของประเทศอินเดีย และแพทย์แผนไทย เพื่อช่วยบำรุงสมองและความจำมาอย่างยาวนาน มีงานวิจัยที่โดดเด่นในการ

ช่วยฟื้นฟูความจำในผู้สูงอาย
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ด้านการเรียนรู้และความจำ และเพิ่มสมาธิในเด็กวัยเรียนและวัยทำงาน
มีความปลอดภัยต่อคนและสัตว์ โดยการศึกษาความเป็นพิษของบาโคพาไม่พบผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ในอาสาสมัครแต่อย่างใด
บาโคพาจึงเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ และถูกจับตามองในแง่การบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำและการเรียนรู้ สามารถตอบโจทย์สำหรับคนที่มีปัญหาด้านความจำได้ทุกเพศทุกวัย เพื่อลดภาวะการเสื่อมสภาพของสมองและบำรุงสมองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เหมาะสำหรับ:
นักเรียน, นักศึกษา, ผู้ที่ทำงานใช้สมองเป็นประจำ, ผู้สูงอายุ, ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความจำหรือมีความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์

คำเตือน :
อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ข้อห้าม ข้อควรระวัง:

สตรีตั้งครรภ์ และสตรีที่กำลังให้นมบุตร
โรคตับและคนที่มีค่าเอนไซม์ตับสูง ตับแข็ง
ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะสำหรับ
โรคลมชัก โรคจิตเวช โรคซึมเศร้า ควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาก่อน

โปรโมชั่นเหลือเวลาอีกเพียง

00
วัน
00
ชัวโมง
00
นาที
00
วินาที

ตัวช่วยด้านการนอนหลับ เสริมความจำ บำรุงสมอง Becoplus

สมุนไพร 100%

Becoplus

ส่วนประกอบของ Becoplus

พรมมิ (หรือ Bhrami, Bacopa) เป็นสุดยอดสมุนไพรมีข้อดีนานับประการดังนี้:

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • เสริมสร้างความจำ
  • ทำให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด
  • บรรเทาโรคสมาธิสั้น
  • ลดความดันโลหิต

มีงานวิจัยว่าการทานแอลธีอานินก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมงจะช่วยส่งเสริมให้นอนหลับได้ดีมากยิ่งขึ้น ลดอาการสะดุ้งตื่นระหว่างที่นอนหลับ ตื่นเช้าอย่างสดชื่น นอกจากนี้ดูแลเรื่องการนอนหลับของเราแล้วยังช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้สมาธิดีขึ้น 

มีรายงานว่าผงสารสกัดจากทาร์ตเชอร์รี่เป็นแหล่งของสารเคมีเมลาโทนินที่ควบคุมการนอนหลับดังนั้นบางคนใช้สารสกัดทาร์ตเชอร์รี่เพื่อปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับหรือต่อสู้กับโรคนอนไม่หลับ

ผลโกจิเบอร์รีให้คุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดในโลก โดยมีกรดอะมิโน 19 ชนิด มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการรวม 21 ชนิด ได้แก่ สังกะสี เหล็ก ทองแดง แคลเซียม ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม และเจอร์มาเนียม (ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง) มีวิตามินซีสูงกว่าส้ม 500 เท่า มีวิตามินบี 1 บี 2 บี 6 และวิตามินอี ช่วยปรับความดันโลหิตให้เป็นปกติ และช่วยฟื้นฟูสภาพเซลล์ที่ถูกทำลายจากสารเคมีหรือรังสีให้กลับสู่ภาวะป­กติได้เร็วขึ้น

  1. ช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานดีขึ้น
  2. แก้อาการอ่อนเพลีย
  3. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  4. ช่วยให้หัวใจแข็งแรง
  5. ช่วยสร้างเม็ดเลือดที่แข็งแรงเพิ่มขึ้น
  6. ช่วยระบบเจริญพันธุ์ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
  7. ช่วยลดอาการคลื่นไส้ของหญิงมีครรภ์
  8. ลดอาการอักเสบของโรคไขข้ออักเสบ เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และกระดูก
  9. ช่วยให้เหงือกแข็งแรง
  10. ช่วยปรับปรุงระบบการย่อย
  11. ลดความเครียด อาการปวดศีรษะ แก้อาการวิงเวียนศีรษะ
  12. ช่วยในการนอนหลับให้นอนได้ยาวนานขึ้น
  13. ช่วยในเรื่องความจำ ทำให้รู้สึกสดชื่น
  14. บรรเทาอาการนอนไม่หลับ ปรับปรุงคุณภาพของการนอน
  15. ช่วยให้การออกกำลังกายได้นานขึ้น
  16. ช่วยขจัดความเมื่อยล้าและความเฉื่อยชา
  17. ช่วยบำรุงตับ และไต
  18. ช่วยบำรุงสายตา ของเลนส์ตา และจอภาพเรตินา
  19. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  20. ป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้
  21. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลเรื่องผิวพรรณ ชะลอความชรา
  22. ต้านเซลล์มะเร็ง ลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง
  23. ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ต้านเบาหวาน ช่ว
  24. ลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต
  25. ช่วยส่งเสริมการทำงานของตับให้เป็นปกติ
  26. เสริมความจำและคลายเครียดให้สดชื่นแจ่มใส
  27. ช่วยระบบเจริญพันธุ์ ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน (Testosterone) ในเลือด

ช่วยในการนอนหลับ ผ่อนคลาย ขจัดความเหนื่อยล้า ระงับภาวะอารมณ์หงุดหงิด ปรับสมดุลความดันโลหิต เสริมสร้างระบบความจำและการทำงานของต่อมไทรอยด์ ขับเหงื่อ แก้ร้อนใน ขับพิษ

ประโยชน์ ของ กิงโกะ มาจากใช้ ใบกิงโกะ ที่มีสารสำคัญ 2 ตัว ที่ช่วยให้เกิดประโยชน์ นั้นก็คือ ฟลาโวนไกลโคไซน์ (Flavone Glycoside) และ เทอร์ปีนแลคโตน (Terpene Lactone) สาระสำคัญนี้จะได้อะไร มีสรรพคุณต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

เพิ่มความจำ
มีงานวิจัยหลายฉบับในต่างประเทศพบว่า กิงโกะ นั้นมีส่วนช่วยปรับระบบการทำงานของสมองให้ค่อยๆ ฟื้นตัว ซึ่งก็มีผลทำให้เพิ่มความจำของเราได้นั้นเอง ถือเป็นสิ่งที่ช่วยได้ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ไม่มีสมาธิที่จะจำจดสิ่งต่างๆ ได้ นี่คงเป็นตัวเลือกที่สามารถช่วยใครหลายๆ คนได้นั้นเอง

ป้องกันอัลไซเมอร์
มีงานวิจัยที่ทดลองกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ให้รับ สารสกัดจากกิงโกะ 240 mg ต่อวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปีพบว่า กิงโกะช่วยในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ ได้ดีกว่า ยาโดนีพีซิล ซึ่งถือเป็นประโยชน์ที่ช่วยในการบำรุงและฟื้นฟูสมองของคนป่วยเป็นโรคนี้ได้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ภาวะความเสื่อมของสมองนั้น ไม่มีวันหายขาด ทำได้เพียงป้องกัน หรือ ทำให้ฟื้นตัวให้ดีขึ้นได้เท่านั้น ดังนั้น ใครที่ต้องการป้องกันไม่อยากเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็แนะนำให้ทานได้ หรือ ใครเป็นอยู่ก็ช่วยให้อาการดีขึ้นนั้นเอง

ลดอาการวิตกกังวล
มีงานวิจัยให้ผู้ที่มีอาการแพนนิค หรือ วิตกกังวล ได้รับ สารสกัดกิงโกะ 480 มก ต่อวัน และ 240 มก ต่อวัน เทียบกับคนกินยาหลอก ปรากฏว่า คนที่ได้รับกิงโกะ คนที่มีอาการแพนนิคดีขึ้น ความเครียดน้อยลง มีสมาธิมากขึ้น นอนหลับได้สบายขึ้น

สำหรับคนที่มีอาการแพนนิคการทานกิงโกะก็มีส่วนช่วยให้คลายกังวลกับปัญหาเหล่านี้ได้

บรรเทาอาการไมเกรน
มีงานวิจัยให้ผู้เป็นไมเกรนกิน สารสกัดกิงโกะ เป็นเวลา 4 เดือน พบว่า อาการไมเกรนลดลง เครียดน้อยลง ซึ่งกิงโกะช่วยบำรุงสมองแล้ว ก็ช่วยฟื้นฟูระบบประสาท ต้านการอักเกสบ ลดความเครียดในสมอง ช่วยให้มีสมาธิได้ดีขึ้น พอสมองทำงานดีขึ้น ความเครียดลดลงจึงทำให้มีส่วนช่วยให้ไมเกรนลดลงได้นั้นเอง

ลดอาการบ้านหมุน
มีงานวิจัยเทียบระหว่าง กิงโกะ และ ยาเบต้าฮีสทีน เพื่อดูว่าสารตัวไหน ช่วยลดอาการ เวียนหัว บ้านหมุน ได้ดีกว่ากัน ปรากฏว่า กิงโกะช่วยลดได้ดีกว่ายาเบต้าฮีสทีน (ยาเบต้าฮีสทีน เป็นยาสังเคราะห์ขึ้นมา)

ดังนั้น กิงโกะจึงมีประโยชน์ช่วยเรื่องการฟื้นฟูระบบประสาทและสมอง รวมทั้ง อาการ วิงเวียน บ้านหมุน ได้ด้วยนั้นเอง

กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
มีการศึกษาให้ผู้ป่วยโรคหัวใจทาน สารสกัดกิงโกะ ในปริมาณที่พอดี พบว่า การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ซึ่งก็ทำให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น เลือดซูบฉีดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดที่สมอง ที่ช่วยมีออกซิเจนที่มากขึ้นช่วยทั้งให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ความจำดีขึ้น สามาธิดีขึ้น กระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม หรือ แม้แต่ดวงตาที่จะพูดในข้อถัดไป

ฟื้นบำรุงประสาทตา
สมองเชื่อมโยงกับดวงตา ดวงตาดีทำให้สมองทำงานดี การทานกิงโกะจะช่วยให้สมองทำงานดี ก็จะส่งผลต่อการทำงานของดวงตาได้ดีด้วยเช่นกัน การทานกิงโกะนั้น ช่วยป้องกัน โรคตา ต่างๆ เช่น จอประสาทตาเสื่อม ต้อหิน เบาหวานขึ้นตา กลุ่มนี้จะเกิดจากเส้นประสาทตาเสียหาย กิงโกะจะช่วยเรื่องระบบประสาท เส้นประสาทอยู่แล้ว ดังนั้นจะได้ผลมากขึ้น โดยเฉพาะการทานรวมกับ ลูทีนและซีแซนทีน ก็จะช่วยได้ดีมากขึ้น

ช่วยลดอาการตะคริว
การทานกิงโกะจะส่งผลต่อระบบประสาททั่วร่างกาย อาการตะคริวหรือเหน็บชานั้น เกิดจากประสาทเสียสมดุล ดังนั้น กิงโกะก็จะช่วยในจุดนี้ให้ดีขึ้น ซึ่งก็แนะนำว่า จะให้ดีขึ้นต้องทานรวมกับ วิตามินบี 12 นั้นเอง

อ้างอิง: https://www.thaihealth.or.th/blog/myblog/1202/Health%20Secret/ 

​​ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ
ใครที่ผิวมันและไม่ถูกกับสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี ก็ไม่ต้องกังวลว่าผิวจะยอมแพ้ให้กับอนุมูลอิสระที่ส่วนใหญ่มาจากมลภาวะและแสงแดด รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ไม่ค่อยเฮลตี้ที่ส่งผลให้ผิวดูอิดโรย เพราะสาวๆ ที่มีความกังวลเรื่องผิวมันและผิวผสมทั้งหลายสามารถเปลี่ยนมาปกป้องผิวด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Niacinamide ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระบนผิวของเราได้ เนื่องจากมีความบางเบาและซึมไว จึงถือว่าเป็นเกราะป้องกันที่ช่วยบูสพลังการต้านอนุมูลอิสระแบบที่ไม่ทิ้งความมันเยิ้มไว้บนผิวระหว่างวัน

ช่วยลดเลือนรอยสิวและรอยแผลเป็น
นอกจากช่วยลดการเกิดสิวแล้ว Niacinamide ยังสามารถช่วยให้รอยสิวแลดูจางลง รวมถึงช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ

ช่วยลดเลือนริ้วรอย
จากผลวิจัยพบว่าสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Niacinamide ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 4 เปอร์เซ็นต์ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ โดย Niacinamide จะเข้าไปบูสการสร้างคอลลาเจนซึ่งจะช่วยให้ผิวเต้งตึงกระชับขึ้น

ช่วยรักษาสิว
เนื่องจาก Niacinamide มีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบและลดเชื้อแบคทีเรียบนผิว สกินแคร์ที่มีส่วนผสมนี้จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาสิว

ปรับสมดุลการสร้างน้ำมันในผิว
Niacinamide จะช่วยบาลานซ์การผลิตน้ำมันในผิว โดยจะช่วยให้การผลิตน้ำมันในผิวสมดุลขึ้น ซึ่งต่างจากส่วนผสมคุมความมันบนผิวอื่นๆ ที่มักจะทำหน้าที่แค่รอดูดซับน้ำมันที่โผล่ออกมาจากผิว

ช่วยกระชับรูขุมขนและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

ใครที่มีเรื่องของรูขุมขนกว้างรบกวนใจอยู่ แนะนำว่าให้ลองใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Niacinamide ดู เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่ช่วยควบคุมความมัน และเมื่อการผลิตน้ำมันในผิวสมดุลมากขึ้น รวมถึงคราบน้ำมันและสิ่งสกปรกไม่สามารถเข้าไปแออัดกันในรูขุมขนได้ ก็จะช่วยให้รูขุมขนแคบลงและกระชับขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน

ช่วยลดอาการแดงบนผิว
นอกจากเป็นส่วนผสมที่เหมาะกับคนที่มีผิวมันแล้ว ยังเหมาะสำหรับคนที่มีผิวบอบบาง มีรอยแดงได้ง่ายด้วย โดยจะช่วยปลอบประโลมและลดอาการแดงของผิว รวมถึงสามารถช่วยฟื้นฟูผิวหนังที่มีปัญหารุนแรงอย่างเช่น โรคโรซาเชีย (Rosacea) หรือผิวหนังอักเสบเรื้อรัง

ช่วยให้ผิวชั้นบนสุดสตรองขึ้น
นอกจาก Niacinamide จะช่วยมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวของเราดูสุขภาพดีจากนอกแล้ว ความชุ่มชื้นในผิวยังช่วยให้ชั้นผิวของเราแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

ช่วยเติมน้ำให้ผิว
เนื่องจาก Niacinamide มีสรรพคุณช่วยบูสเซราไมด์ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น จึงสามารถช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งและขาดน้ำได้

ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสี UV
หากเป็นสาวสายเอ็คทีฟที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งตลอดเวลา บอกเลยว่ากันแดดอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะควรมีสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Niacinamide ไว้ช่วยฟื้นฟูผิวด้วย โดยผลวิจัยพบว่า Niacinamide สามารถช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวของเราหลังโดนแสงยูวีทำร้าย

อ้างอิง https://www.vogue.co.th/beauty/knowaboutniacinamide

  • ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดียิ่งขึ้น
  • ป้องกันโรคโลหิตจาง เพราะวิตามินนี้ช่วยเสริมการสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้น
  • ป้องกันโรคทางระบบประสาทและโรคผิวหนัง
  • ช่วยชะลอวัยและกระบวนการชราของร่างกาย
  • ลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งในเวลากลางคืน ลดอาการตะคริว

1. ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์ 2 ตัว ซึ่งเป็นโคเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารอาหารในร่างกาย ได้แก่ เฟลวินโมโนนิวคลีโอไทด์ ( Flavin Mono Nucleotide, FMN ) และเฟลวินอะดีนิน ไดนิวคลีโอไทด์ ( Flavin Adenine Dinucleotide,FAD ) โดยจะช่วยในการเจริญเติบโตขณะตั้งครรภ์และช่วยให้ร่างกายมีการจ่ายสารอาหารไปยังส่วนต่างๆ ตามปกติ
2. มีความจำเป็นต่อสุขภาพผิวหนังและระบบประสาท ซึ่งจะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง สุขภาพดีและป้องกันการเกิดมือเท้าชาบ่อยๆ
3. ช่วยในการบำรุงสายตา โดยพบว่าหากขาดวิตามินบี 2 จะทำให้น้ำตาไหลง่ายและอาจมีเยื่อนัยน์ตาอักเสบได้
4. ทำหน้าที่ในการคงสภาพของผนังเม็ดเลือดแดงไว้เสมอ
5. ทำหน้าที่ผลิต Corticosteroids ซึ่งเป็นฮอร์โมนของ Adrenal Cortex โดยจะควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมมากขึ้น

อ้างอิง https://amprohealth.com/nutrition/riboflavin-vitamin-b2/

  • เผาผลาญอาหารให้ได้พลังงาน
  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยในกระบวนการรักษาแผล
  • กระบวนการสร้างเซลล์
  • บำรุงผิวและเส้นผม
  • ลดความเครียด
  • ช่วยเสริมการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งจำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
  • หากรับประทานร่วมกับวิตามินเอและวิตามินซีจะช่วยป้องกันโรคหวัดได้
  • ช่วยในการรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบ
  • ช่วยในการดูดซึมของวิตามินเอ