fbpx Skip to content

ยานอนหลับ กับผลข้างเคียงสุดอันตราย

ยานอนหลับ

ใครที่มีปัญหาการนอนไม่หลับสะสมเป็นเวลานานและกำลังมองหา ยานอนหลับทาน ต้องหยุดก่อน! เพราะผลข้างเคียงของยานอนหลับนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมายและอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นติดตามได้ในบทความนี้

เมื่อเจอปัญหานอนไม่หลับหลายคนเลือกที่จะใช้ยานอนหลับใช่ไหมคะ แต่รู้หรือไม่ว่าการทานยานอนหลับไม่ใช่ทางออกที่ดีของการแก้ปัญหานี้ เพราะยานอนหลับช่วยให้นอนหลับได้ก็จริง แต่ก็มีผลเสียมามายเช่นกัน จะมีอะไรบ้างนั้นก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเจ้ายานอนหลับกันก่อนดีกว่าค่ะ

ยานอนหลับ

ทำความรู้จัก ยานอนหลับ

ยานอนหลับ คือยาที่ออกฤทธิ์ช่วยให้นอนหลับ ช่วยบรรเทาอาการเครียดและวิตกกังวล ยานอนหลับช่วยให้ผู้ที่มีความผิดปกติในการนอนหลับ เช่น ผู้ที่เป็นโรคนอนไม่หลับ หรือตื่นกลางดึกแล้วไม่สามารถนอนต่อได้สามารถนอนหลับได้โดยไม่ตื่นขึ้นมาในตอนกลางดึกอีก ผู้ที่มีปัญหาในการนอนหลับจึงนิยมใช้ยานอนหลับในการช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

ซึ่งยานอนหลับเป็นยาในกลุ่มที่ต้องระมัดระวังในการใช้และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แม้จะหาซื้อได้ตามร้านขายยาแต่ไม่ควรซื้อมาทานเอง เพราะอาจทานเกินขนาดจนเสี่ยงเกิดอันตรายจากยานอนหลับได้

ผลข้างเคียงของยานอนหลับ

การทานยานอนหลับแม้จะช่วยให้สามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น แต่ก็มีผลข้างเคียงที่มากมายเช่นกัน

  • หลังตื่นนอนมีอาการเวียนศรีษะ ไม่สดชื่น
  • มีอาการอ่อนเพลีย
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
  • บางรายมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองลดลงเมื่ออยู่ภายใต้ฤทธิ์ของยา
  • เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อต้องขับรถ ทำงานกับเครื่องจักร หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่เสี่ยงกับการเกิดอันตราย

อันตรายของยานอนหลับ

  • ดื้อยานอนหลับ
    เมื่อใช้ยานอนหลับติดต่อกันสักระยะหนึ่งแล้ว อาจต้องใช้ยานอนหลับในปริมาณที่มากกว่าเดิมหรือยานอนหลับที่ออกฤทธิ์แรงขึ้นจึงจะช่วยให้นอนหลับได้ เพราะร่างกายเกิดการดื้อยา
  • ติดการใช้ยานอนหลับ
    ยานอนหลับออกฤทธิ์กดระบบประสาทและสมอง หากเราทานยานอนหลับติดต่อเป็นเวลานาน ร่างกายจะชินกับการทายาถึงจะทำให้นอนหลับได้ และเมื่อเราไม่ได้ทานยานอนหลับก็จะเกิดอาการกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ จนสุดท้ายต้องกลับไปพึ่งยานอนหลับอีก
  • ความจำเสื่อม
    ยานอนหลับมีผลโดยตรงต่อสมอง หากทานยานอนหลับติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเสี่ยงเกิดอาการสมองเสื่อม สูญเสียความจำ และเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ในกลุ่มผู้สูงอายุได้
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
    ยานอนหลับบางชนิดอาจทำให้เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในเพศชายได้
  • อันตรายถึงชีวิต
    การทานยานอนหลับที่มากเกินไปหรือเกินขนาดอาจทำให้ฤทธิ์ของยาไปกดการทำงานของสมองในส่วนที่ควบคุมการหายใจ ก่อให้เกิดภาวะระบบหายใจล้มเหลวเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และไม่ควรทานยานอนหลับคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะฤทธิ์ของยานอนหลับและแอลกอฮอล์อาจกดการหายใจจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน

อยากเลิกทานยานอนหลับต้องทำอย่างไร

อยากเลิกทานยานอนหลับแต่ก็กลัวจะนอนไม่หลับลองทำตามนี้

  • ปรึกษาแพทย์
    การเลิกทานยานอนหลับเองอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้วิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพร่างกาย จิตใจ และควรตัวปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ปรับพฤติกรรม
    เพื่อให้การเลิกทานยานอนหลับมีประสิทธิภาพควรเตรียมตัวและจัดเตรียมสภาพแวดล้อมให้เอื้อกับการนอนหลับ เช่น

    • เข้านอนให้เป็นเวลา ไม่งีบระหว่างวัน
    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลี่ยงการออกกำลังหนัก ๆ ช่วงก่อนนอน
    • จัดห้องนอนให้เอื้อต่อการนอน เช่น เงียบ มืด อากาศเย็นสบาย เป็นต้น
    • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ หลังเที่ยง
    • เลิกสูบบุหรี่เพราะนิโคตินในบุหรี่ส่งผลให้นอนหลับได้ยากขึ้น
    • งดรับประทานอาหารมื้อหนักก่อนเข้านอน
    • ทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือเบาสมอง หลีกเลี่ยงการคิดเรื่อ
    • เครียดและทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกตื่นตัว เช่น เล่นเกม ดูโทรทัศน์ เล่นโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
  • ลดความเครียด
    ความเครียดเป็นสภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเจอกับปัญหาต่าง ๆ และมักจะแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งปัญหานอนไม่หลับเป็นหนึ่งในปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อความเครียด ซึ่งหากสามารถจัดการและบรรเทาความเครียดนั้นได้ก็ส่งผลให้การนอนหลับนั้นดีขึ้น วิธีจัดการกับความเครียดแบบง่าย ๆ มีอะไรบ้าง

    • ออกกำลังกาย ไม่ต้องถึงขั้นออกกำลังกายแบบหนักหน่วงเพียงแค่เดินสัก 10 นาที หรือหากมีเวลาไปออกกำลังกายอย่างจริงจังอย่างน้อยวันละ 30 นาที เพียง 3-5 วันต่อสัปดาห์ก็ช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขแล้ว
    • ฝึกสมาธิ เมื่อรู้สึกเครียดหรือต้องคิดซ้ำไปซ้ำมาในเรื่องเดิม ๆ อาจทำให้เราจมอยู่กับความเครียดจนไม่อยากทำอย่างอื่น ดังนั้นหากเกิดความกังวลให้ลองทำสมาธิ สวดมนต์ ฝึกลมหายใจ ทำให้ชีพจนเต้นช้าลง จิตใจสงบลงก็ช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดและยังมีสติในการคิดแก้ไขปัญหาได้อีกด้วย
    • จัดสรรเวลาการทำงานและการใช้ชีวิต เวลาทำงานทำอย่างเต็มที่หลังจากนั้นให้หยุดคิดเรื่องงาน โฟกัสไปที่เรื่องส่วนตัวและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    • ดูหนัง ฟังเพลง เอาตัวเองออกจากเรื่องเครียด ๆ ด้วยการฟังเพลงหรือดูหนังเรื่องโปรด
    • ปรับเปลี่ยนความคิด ปรับมุมมองหลาย ๆ ด้านอาจทำให้เห็นวิธีแก้ไขปัญหาที่ดียิ่งขึ้น หรือหากเราทำความเข้าใจในปัญหาได้อาจทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ และหายเครียดได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้รับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ยานอนหลับ

ลดการทาน ยานอนหลับ และปรับสมดุลการนอนด้วย Becoplus

ลดปริมาณการทานยานอนหลับควบคู่ไปกับการปรับสมดุลการนอนด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Becoplus เพิ่มคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติกว่า 11 ชนิด ทางเลือกของการนอนหลับโดยไม่พึ่งสารเคมีด้วยเมลาโทนินจากธรรมชาติและพรมมิพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น ที่ช่วยให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หลับได้สนิทยิ่งขึ้น และยังช่วยผ่อนคลายความเครียดหนึ่งในสาเหตุของปัญหานอนไม่หลับ อีกทั้งไม่ต้องเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดจากการใช้ยานอนหลับอีกด้วย เพียงวันละ 1 แคปซูลก่อนนอน ให้คุณหลับเต็มอิ่มทุกคืน ตื่นเช้าอย่างสดชื่นได้ทุกวัน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Becoplus (บีโคพลัส) ตัวช่วยเรื่องนอนหลับ บำรุงสมอง ผ่อนคลายความเครียด เสริมความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์ ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรจากธรรมชาติมากถึง 11 ชนิด

  • “พรมมิ” Bacopa monnieri
    “Bacopa monnieri” หรือที่ใคร ๆ รู้จักกันในชื่อของ พรมมิ สมุนไพรที่มีประวัติการนำมาใช้อย่างยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน มีงานวิจัยออกมารองรับถึงสรรพคุณต่าง ๆ อย่างมากมาย ทั้งช่วยในเรื่องของสมาธิ เสริมความจำ ลดการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมอง บำรุงระบบประสาทไปจนถึงแก้ร้อนใน
  • แอล-ธีอะนีน เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ และเป็นสารประกอบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในชาเขียวและชาดำช่วยกระตุ้นการผลิตของคลื่นอัลฟ่า (α- wave) ในสมอง ทำให้สมองมีการปล่อยคลื่นอัลฟ่า (α- wave) มากขึ้น และลดการปล่อยคลื่นเบต้า (β-wave) ลง ซึ่งทำให้สมองเกิดการผ่อนคลาย และลดความเครียด
  • “Tart Cherry Powder”
    – ช่วยลดความเครียด และความซึมเศร้าได้
    – ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
    – ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงขึ้น
    – ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
    – ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสขึ้น
  • “Ginkgo Leaf”
    – ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
    – ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์
    – ช่วยลดความเครียด และความซึมเศร้าได้
    – ช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือน
    – อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพผิว
  • “Lemon Balm”
    – ช่วยให้ผ่อนคลาย
    – ช่วยในการนอนหลับ
    – เสริมสร้างระบบความจำ
    – ปรับสมดุลความดันโลหิต
    – ขจัดความเหนื่อยล้า
  • “Goji Berry”
    Goji Berry หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ เก๋ากี้ สมุนไพรแพทย์แผนจีนโบราณ ที่มีงานวิจัยออกมารองรับถึงสรรพคุณในด้านต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็น superfood เลยก็ว่าได้ โดยเก๋ากี้จะเด่นในเรื่องช่วงบำรุงสายตา ทำให้ดวงตาแจ่มใสขึ้น และประโยชน์ด้านอื่น ๆ อีกมากมาย
  • “Vitamin D”
    – ช่วยลดความเครียดและภาวะซึมเศร้า
    – เพิ่มความแข็งแรงและทนทานของกล้ามเนื้อ
    – ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือดและป้องกันโรคเบาหวาน
    – ช่วยชะลอวัยของผิว
    – ป้องกันการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก
  • “Vitamin B2”
    – ช่วยป้องกันการเกิดไมเกรน
    – ทำให้ผิวหนัง เล็บ เส้นผมมีสุขภาพดี
    – ช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้าของดวงตา
    – ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
    – ช่วยในกระบวนการสร้างการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์
  • “Vitamin B3”
    – ช่วยเผาผลาญอาหาร ทำให้เกิดพลัง และสร้างไขมันในร่างกาย
    – ช่วยการไหลเวียนของเลือด
    – ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน
    – ลดความดันโลหิต
    – ลดระดับคลอเรสเตอรอล
  • “Vitamin B5”
    – ช่วยเรื่องการนอนหลับ
    – ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลีย
    – ช่วยผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
    – บรรเทาอาการข้ออักเสบ
    – ลดระดับคอเลสเตอรอล
  • “Vitamin B6”
    – ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
    – ช่วยชะลอวัย
    – ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
    – ป้องกันโรคทางระบบประสาทและโรคผิวหนัง
    – ช่วยให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดียิ่งขึ้น

Becoplus - เสริมความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์

Becoplus ประโยชน์อัดแน่นใน 1 แคปซูล

ครบเครื่องเรื่องบำรุงสมองและการนอนหลับต้อง Becoplus

บทความที่เกี่ยวข้อง